หมาแสนรู้.. #คาบลูกคนอยู่ข้างทาง แล้วรีบร้อนไปส่งอยู่โรงพยาบาล เด็กคนนี้มีบุญมาก ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่โรงพยาบาลต่างประเทศ. ขอขอบคุณเจ้าของภาพ ครับ.
เก่งมากๆลูกช่วยเหลือเด็ก ขอให้มีคนเลี้ยงดูทั้งหมาทั้งคนนะค่ะ
น่าสงสารจัง
หมามันยังรู้ แล้วคนที่ทิ้งเด็ก ใจมันหยาบนะสักวันกรรมจะตามทัน
ขนาดเป็นหมาหมามันยังรู้ แล้วคนที่ทิ้งเด็ก ใจมันหยาบนะสักวันกรรมจะตามทัน คนที่ทิ้งลูกตัวเอง อายหมาตัวนี้ไหม ชาติหน้าขอให้เจ้าได้เป็นคน ตายไปได้เป็นเทวดา นะ เจ้าตูบ ยังไงก็ขอให้เด็กน้อยคนนี้ปลอดภัยโตขึ้นมาเป็นเด็กที่แข็งแรง ขอให้หมามีคนเลี้ยงดู
ที่มา:upyim
เก่งมากๆลูกช่วยเหลือเด็ก ขอให้มีคนเลี้ยงดูทั้งหมาทั้งคนนะค่ะ
น่าสงสารจัง
หมามันยังรู้ แล้วคนที่ทิ้งเด็ก ใจมันหยาบนะสักวันกรรมจะตามทัน
ขนาดเป็นหมาหมามันยังรู้ แล้วคนที่ทิ้งเด็ก ใจมันหยาบนะสักวันกรรมจะตามทัน คนที่ทิ้งลูกตัวเอง อายหมาตัวนี้ไหม ชาติหน้าขอให้เจ้าได้เป็นคน ตายไปได้เป็นเทวดา นะ เจ้าตูบ ยังไงก็ขอให้เด็กน้อยคนนี้ปลอดภัยโตขึ้นมาเป็นเด็กที่แข็งแรง ขอให้หมามีคนเลี้ยงดู
ที่มา:upyim
คนที่ทิ้งลูกตัวเอง อายหมาตัวนี้ไหม!?! หมาแสนรู้..คาบลูกคนอยู่ข้างทาง ทำเอาคนที่ได้เห็นถึงกับน้ำตาไหล แต่เมื่อได้รู้เด็กเป็นแบบนี้ตกใจหนักมาก!!
โอ้ย...บ่อยากจิเชื่อว่ามีจิง เกิดมาชาตินี้ก็เพิ่งจะเคยเห็น..ฝูงปลาดุกจำนวนมหึมาเกยตื้นริมฝั่งแม่น้ำ ชาวประมงเร่งจับให้วุ่น
ปลาดุกอุย หรือ ปลาดุกน เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ Clariidae มีกระดูกท้ายทอยยื่นแหลมออกไปลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม ลำตัวสั้นป้อมกว่าปลาดุกด้าน ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน ลำตัวมีสีดำปนเหลือง มีจุดขาวเล็ก ๆ เรียงเป็นแถวขวางลำตัวหลายแถว มีครีบหลังสูงกว่าปลาทั่วไปมาก สามารถเคลื่อนที่บนบกได้เป็นระยะทางสั้น ๆ โดยใช้ครีบช่วย พบได้ในพื้นที่แถบประเทศไทยไปจนถึงเวียดนาม และมีการนำไปเลี้ยงในประเทศจีน, มาเลเซีย, เกาะกวม และฟิลิปปินส์
ภาพนี้ได้รับการแชมาจากโลกโซเชี่ยลวซึ่งมียอดกดไลท์ประมานหมื่นกว่า ยอดแชร์สองพันต้นๆ แอดมินจึงนำมาให้ดูกันว่าโลกของเรานี้มีอะไรอีกเยอะแยะที่น่าค้นหา
บางครั้งมีความเข้าใจผิดกันว่าปลาดุกอุยคือปลาดุกด้านตัวเมีย แต่ที่จริงเป็นปลาคนละชนิดกัน ปลาดุกอุยเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทยและชาวลาวมากกว่าปลาดุกด้าน เนื่องจากเนื้อมีรสชาติมัน อร่อย มีราคาที่สูงกว่าปลาดุกด้าน จึงได้มีการเพาะเลี้ยงและผสมเทียมในบ่อ แต่ปัจจุบันได้นำมาผสมกับปลาดุกเทศ (C. gariepinus) เป็นปลาลูกผสม เรียกว่า "ปลาดุกบิ๊กอุย" ทำให้โตเร็วและเลี้ยงง่ายกว่าปลาดุกอุยแท้ ๆ ซึ่งได้มีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลาย
ในภาษาใต้ เรียกปลาดุกอุยว่า "ปลาดุกเนื้ออ่อน"
ปล.ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้นะที่นี้ด้ว
ที่มา:thaiarcheep
ปลาดุกอุย หรือ ปลาดุกน เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ Clariidae มีกระดูกท้ายทอยยื่นแหลมออกไปลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม ลำตัวสั้นป้อมกว่าปลาดุกด้าน ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน ลำตัวมีสีดำปนเหลือง มีจุดขาวเล็ก ๆ เรียงเป็นแถวขวางลำตัวหลายแถว มีครีบหลังสูงกว่าปลาทั่วไปมาก สามารถเคลื่อนที่บนบกได้เป็นระยะทางสั้น ๆ โดยใช้ครีบช่วย พบได้ในพื้นที่แถบประเทศไทยไปจนถึงเวียดนาม และมีการนำไปเลี้ยงในประเทศจีน, มาเลเซีย, เกาะกวม และฟิลิปปินส์
ภาพนี้ได้รับการแชมาจากโลกโซเชี่ยลวซึ่งมียอดกดไลท์ประมานหมื่นกว่า ยอดแชร์สองพันต้นๆ แอดมินจึงนำมาให้ดูกันว่าโลกของเรานี้มีอะไรอีกเยอะแยะที่น่าค้นหา
บางครั้งมีความเข้าใจผิดกันว่าปลาดุกอุยคือปลาดุกด้านตัวเมีย แต่ที่จริงเป็นปลาคนละชนิดกัน ปลาดุกอุยเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทยและชาวลาวมากกว่าปลาดุกด้าน เนื่องจากเนื้อมีรสชาติมัน อร่อย มีราคาที่สูงกว่าปลาดุกด้าน จึงได้มีการเพาะเลี้ยงและผสมเทียมในบ่อ แต่ปัจจุบันได้นำมาผสมกับปลาดุกเทศ (C. gariepinus) เป็นปลาลูกผสม เรียกว่า "ปลาดุกบิ๊กอุย" ทำให้โตเร็วและเลี้ยงง่ายกว่าปลาดุกอุยแท้ ๆ ซึ่งได้มีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลาย
ในภาษาใต้ เรียกปลาดุกอุยว่า "ปลาดุกเนื้ออ่อน"
ปล.ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้นะที่นี้ด้ว
ที่มา:thaiarcheep
โอ้ย...บ่อยากจิเชื่อว่ามีจิง เกิดมาชาตินี้ก็เพิ่งจะเคยเห็น..ฝูงปลาดุกจำนวนมหึมาเกยตื้นริมฝั่งแม่น้ำ ชาวประมงเร่งจับให้วุ่น
ขึ้นชื่อว่าแม่ใครๆ ก็รัก ดูอย่างผู้ชายในคลิป โดนรุมเละขนาดนี้ ไม่รู้ไปด่าแม่สาวๆกลุ่มนี้ไว้เยอะขนาดไหน ดูจากในคลิปแล้วโหดใช่เล่นถึงขนาดหนุ่มคนนี้ยกมือไหว้ แต่สาวๆก็ยังไม่หยุดกระหน่ำไม่เลี้ยง

มันต้องโดนแบบนี้!!! ผู้ชายคนนี้ไปด่าแม่…โดนผู้หญิงกระทืบยับ เห็นแบบนี้ไม่รู้จะสงสารใครดี! (มีคลิป)


ผู้ชายไม่ได้ถูกเสมอไปไม่ว่าจะเรื่องอะไร ผู้หญิงก็เช่นกัน เราไม่รู้ว่าอะไรจริงเท็จไม่ใช่สายสืบไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ได้รู้จริง ขอไม่ด่าใครแล้วกัน^^
ดูจากคลิปแล้วก็อาจ งงๆ ว่าสรุปแล้วต้นสายปลายเหตุเป็นมายังไง แต่การหาทางออกแบบนี้เท่ากับใช้กำลังแบบผิดๆนะจร๊ะ
ที่มา:upyim
ที่มา:upyim
มันต้องโดนแบบนี้!!! ผู้ชายคนนี้ไปด่าแม่…โดนผู้หญิงกระทืบยับ เห็นแบบนี้ไม่รู้จะสงสารใครดี! (มีคลิป)
ทำเอาคนเป็นพ่อ เป็นแม่อย่าง “หนุ่ม กรรชัย” และ “เมย์ ปทิดา” ปลื้มปริ่มจนแทบน้ำตาไหล เมื่อเห็นพัฒนาการของ “น้องมายู ภูรดา กำเนิดพลอย” ลูกสาวคนแรกที่ตอนนี้มีอายุขวบกว่าๆแล้ว มีพัฒนาการดีวันดีคืน เรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ทำหลายคนตั้งคำถามถึงพ่อหนุ่ม แม่เมย์ ว่าได้เตรียมการวางแพลนเรื่องลูกคนที่สองแล้วหรือยัง ที่งานนี้ก็ได้รับคำตอบจากพ่อหนุ่มมาว่าอาจจะไม่ได้เห็นโฉมหน้าหนุ่มน้อย หรือเมย์น้อยคนที่ 2 เนื่องจากภรรยา มีเลือดกรุ๊ปเอ เนกาทีฟ ส่วนตนมีกรุ๊ปเลือดบี
ซึ่งแพทย์ระบุถ้ามีลูกคนต่อไปมีความเสี่ยงที่ลูกจะเสียชีวิตในครรรภ์ ตอนนี้จึงขอเลี้ยง “น้องมายู” ให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแก้วตาดวงใจคนเดียว ที่ทั้งห่วงและหวงมาก ซึ่งก็เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ที่กังวลก็เป็นเรื่องในอนาคตว่าลูกสาวจะเจอผู้ชายไม่ดี จึงตั้งใจว่าเมื่อลูกสาวโตขึ้นจะค่อยๆ สอนเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายที่เข้ามาจีบต่อไป.
ที่มา:upyim
ซึ่งแพทย์ระบุถ้ามีลูกคนต่อไปมีความเสี่ยงที่ลูกจะเสียชีวิตในครรรภ์ ตอนนี้จึงขอเลี้ยง “น้องมายู” ให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแก้วตาดวงใจคนเดียว ที่ทั้งห่วงและหวงมาก ซึ่งก็เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ที่กังวลก็เป็นเรื่องในอนาคตว่าลูกสาวจะเจอผู้ชายไม่ดี จึงตั้งใจว่าเมื่อลูกสาวโตขึ้นจะค่อยๆ สอนเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายที่เข้ามาจีบต่อไป.
ที่มา:upyim
“หนุ่ม กรรชัย” เศร้า!! บอก “เมย์” มีลูกคนที่ 2 ไม่ได้แล้ว พร้อมบอกเหตุผลที่น่าเห็นใจสุดๆ!!
อุ๊ยตร๊ายย เคยเห็นกันยัง ? ภาพหลุด ว่อนเนต ของ” ฮาเวิร์ด หวัง”แฟนหนุ่ม สาว “เอมมี่” งานนี้มีเงิบแน่นอน !!
คู่รัก ต่างแดน หนุ่ม ฮาเวิร์ด กับสาวเอมมี่ เป็นอีกคู่ ที่น่ารัก น่าอิจฉา เวอร์ๆ เลยอ่ะ

วันนี้ (อัพยิ้ม) บังเอิญไปเจอ รูปที่ หนุ่ม ฮาเวิร์ด แอบใส่ชุดสวย ของสาวเอมมี่ ก็แหม๊ๆๆๆ แอบ ตลกนะเนี๊ยะ นี้อย่าบอกน่ะ ฮาเวิร์ด ว่ามันคือชุดนอน ของเธอ 5555+

เป็นยังไงจ๊ะ บอกแล้ว พ่อหนุ่มพูดน้อยคนนี้ แอบ เป็นคนตลกอยู่ไม่น้อยเลยน่ะ ดูจาก ชุดเขาสิ คริ๊ ๆ

ไทยแลนด์ ปู๊ดๆๆ

หวานเชียวววว มดเรียกพี่ เลยนะ เอมมี่ ฮาเวิร์ด



น่ารัก แอบอิจฉาเบาๆ ชิ๊ๆ




อุ๊ยตร๊ายย เคยเห็นกันยัง ? รับรองเผยที่นี้ที่แรก ภาพหลุด ว่อนเนต ของ” ฮาเวิร์ด หวัง”แฟนหนุ่ม สาว “เอมมี่”
หนังเรื่อง Captain America : Civil War เชื่อว่าเพื่อนๆ ต้องไปดูมาแล้วแน่ๆ (ไม่ต้องสปอยล์นะเพราะเรายังไม่ได้ดู 555555) วันนี้เรามีรูปเปรียบเทียบนักแสดงนำตอนอยู่ในจอและนอกจอมาฝากกัน ต่างกันแค่ไหนตามไปดูกันเลยจ้า

1 >> Iron Man / Tony Stark (Robert Downey Jr.)

2>>Captain America / Steve Rogers (Chris Evans)

3>>Black Widow / Natasha Romanoff (Scarlett Johansson)

4>>Thor (Chris Hemsworth)

5>>The Hulk / Bruce Banner (Mark Ruffalo)

6>>Hawkeye / Clint Barton (Jeremy Renner)

7>>Nick Fury (Samuel L. Jackson)

8>>Loki (Tom Hiddleston)

9>>The Vision (Paul Bettany)

10>>Scarlet Witch / Wanda Maximoff (Elizabeth Olsen)

11>>Black Panther / T’Challa (Chadwick Boseman)

12>>Ant-Man / Scott Lang (Paul Rudd)

13>>Spider-Man / Peter Parker (Tom Holland)

14>>Falcon / Sam Wilson (Anthony Mackie)

15>> The Winter Soldier / Bucky Barnes (Sebastian Stan)
เหล่าแฟนภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ คงจะกรี๊ดกับกล้ามแขนของกัปตันบ้าง ความเพลย์บอยของไออ้อนแมน หรือความเข้มของธอร์ แต่มีใครเคยเห็นนักแสดงที่รับบทเหล่านั้นตัวจริงกันมั้ยนะ?
ที่มา:upyim
เหล่าแฟนภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ คงจะกรี๊ดกับกล้ามแขนของกัปตันบ้าง ความเพลย์บอยของไออ้อนแมน หรือความเข้มของธอร์ แต่มีใครเคยเห็นนักแสดงที่รับบทเหล่านั้นตัวจริงกันมั้ยนะ?
ที่มา:upyim
ต่างอะไรเบอร์นี้! 15 แสดงนำ Avengers และ Civil War ในจอกับนอกจอ คุณแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่เห็น!
“เผาพริก เผาเกลือ” พิธีกรรมความเชื่อของคนโบราณ เป็นวิธีอาถรรพ์ของการสาปแช่งเพื่อประสงค์ร้ายที่น่ากลัว…ควรรู้
คุณเชื่อในเรื่องของการสาปแช่งบ้างหรือเปล่า? การสาปแช่งเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณ โดยเฉพาะการสาปแช่งด้วยการ “เผาพริก เผาเกลือ” ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการสาปแช่งเพื่อประสงค์ร้าย หรือมุ่งให้เกิดสิ่งเลวร้ายขึ้นกับฝ่ายตรงข้าม หรือคนที่เราไม่ชอบนั่นเอง
การเผาพริกเผาเกลือ ถือเป็นพิธีกรรมความเชื่อพื้นบ้านที่พบเห็มาช้านานแล้ว โดยการนำพริกกับเกลือมาเผาหมายถึงเป็นการเกลียดชังชนิดที่เรียกว่า “ตายไปก็ไม่ร่วมเผาผีกันเลยทีเดียว”
สำหรับการสาปแช่งด้วยการเผาพริกเผาเกลือนั้นเชื่อกันว่าได้รับอิทธิพลมาจากชาวฮินดูโบราณปรากฏในหนังสือ “พิชัยสงครามฮินดูโบราณ” เรียบเรียงและแปลโดย ร้อยเอก ยี.อี.เยรินี (พันเอก พระสารสาสน์พลขันธ์) กล่าวไว้ว่า
“มีคำกล่าวว่า ผู้ที่มีความโกรธแค้นนักกับผู้ใดๆเคยหยิบเกลือมาหยิบมือหนึ่ง ถ้าเป็นเวลาเช้าหันหน้าไปยังบูรพาทิศ กล่าวคำสาบานแช่งด่าผู้ที่ตนโกรธแค้นนั้นพอแรงแล้ว จึงรดลงน้ำที่เกลือ หมายว่าจะให้ผู้ที่เป็นศัตรูนั้นฉิบหายละลายไปดุจดังเกลือละลายน้ำ ถ้าเป็นเวลาเย็น ต้องหันหน้าไปยังประจิมทิศสาบานแช่งด่าผู้ที่โกรธนั้นเสียให้มากๆจนพอแก่ความแค้นแล้ว จึงเอาเกลือหยิบมือหนึ่งนั้นสาดเข้าในกองไฟ หวังให้ผู้เป็นศัตรูที่โกรธแค้นกันนั้น แตกประทุกระจายเรี่ยรายไปด้วยภัยอันตรายต่างๆดุจดังเกลือประทุแตกระเบิดป่นไปด้วยไฟ
แต่ธรรมเนียมชาวสยามใหม่ในภายหลัง ใช้เผาพริกแห้ง เป็นการสาบานแช่งให้ร้ายแก่ผู้เป็นศัตรู หมายใจว่าจะให้ผู้ที่ตนโกรธแค้นนั้นได้ทุกข์เดือดร้อนนัก ดุจดังผู้ที่ต้องพริกแสบร้อนกระสับกระส่ายวุ่นวายในใจฉะนั้น ธรรมเนียมนี้เห็นจะสืบเนื่องมาแต่ธรรมเนียมที่ชาวฮินดูโบราณเอาเกลือมาวางที่ใบดาบและรดน้ำเกลือละลายให้สาบานนั้น”
การที่เราจะไปสาปแช่งผู้อื่นนั้นนอกจากจะเป็นการสร้างกรรมแล้ว เราเองก็ไม่สามารถบอกได้หรอกว่าผู้ที่เราสาปแช่งนั้นจะเป็นไปตามคำพูดของเราหรือไม่ ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง หากเขาไม่ดีจริงสักวันกรรมย่อมลงโทษเขาเองอยู่แล้ว อย่าไปพยาบาทเขาเลย จะยิ่งเป็นการจองเวรกัน
ที่มา:upyim
คุณเชื่อในเรื่องของการสาปแช่งบ้างหรือเปล่า? การสาปแช่งเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณ โดยเฉพาะการสาปแช่งด้วยการ “เผาพริก เผาเกลือ” ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการสาปแช่งเพื่อประสงค์ร้าย หรือมุ่งให้เกิดสิ่งเลวร้ายขึ้นกับฝ่ายตรงข้าม หรือคนที่เราไม่ชอบนั่นเอง
การเผาพริกเผาเกลือ ถือเป็นพิธีกรรมความเชื่อพื้นบ้านที่พบเห็มาช้านานแล้ว โดยการนำพริกกับเกลือมาเผาหมายถึงเป็นการเกลียดชังชนิดที่เรียกว่า “ตายไปก็ไม่ร่วมเผาผีกันเลยทีเดียว”
สำหรับการสาปแช่งด้วยการเผาพริกเผาเกลือนั้นเชื่อกันว่าได้รับอิทธิพลมาจากชาวฮินดูโบราณปรากฏในหนังสือ “พิชัยสงครามฮินดูโบราณ” เรียบเรียงและแปลโดย ร้อยเอก ยี.อี.เยรินี (พันเอก พระสารสาสน์พลขันธ์) กล่าวไว้ว่า
“มีคำกล่าวว่า ผู้ที่มีความโกรธแค้นนักกับผู้ใดๆเคยหยิบเกลือมาหยิบมือหนึ่ง ถ้าเป็นเวลาเช้าหันหน้าไปยังบูรพาทิศ กล่าวคำสาบานแช่งด่าผู้ที่ตนโกรธแค้นนั้นพอแรงแล้ว จึงรดลงน้ำที่เกลือ หมายว่าจะให้ผู้ที่เป็นศัตรูนั้นฉิบหายละลายไปดุจดังเกลือละลายน้ำ ถ้าเป็นเวลาเย็น ต้องหันหน้าไปยังประจิมทิศสาบานแช่งด่าผู้ที่โกรธนั้นเสียให้มากๆจนพอแก่ความแค้นแล้ว จึงเอาเกลือหยิบมือหนึ่งนั้นสาดเข้าในกองไฟ หวังให้ผู้เป็นศัตรูที่โกรธแค้นกันนั้น แตกประทุกระจายเรี่ยรายไปด้วยภัยอันตรายต่างๆดุจดังเกลือประทุแตกระเบิดป่นไปด้วยไฟ
แต่ธรรมเนียมชาวสยามใหม่ในภายหลัง ใช้เผาพริกแห้ง เป็นการสาบานแช่งให้ร้ายแก่ผู้เป็นศัตรู หมายใจว่าจะให้ผู้ที่ตนโกรธแค้นนั้นได้ทุกข์เดือดร้อนนัก ดุจดังผู้ที่ต้องพริกแสบร้อนกระสับกระส่ายวุ่นวายในใจฉะนั้น ธรรมเนียมนี้เห็นจะสืบเนื่องมาแต่ธรรมเนียมที่ชาวฮินดูโบราณเอาเกลือมาวางที่ใบดาบและรดน้ำเกลือละลายให้สาบานนั้น”
การที่เราจะไปสาปแช่งผู้อื่นนั้นนอกจากจะเป็นการสร้างกรรมแล้ว เราเองก็ไม่สามารถบอกได้หรอกว่าผู้ที่เราสาปแช่งนั้นจะเป็นไปตามคำพูดของเราหรือไม่ ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง หากเขาไม่ดีจริงสักวันกรรมย่อมลงโทษเขาเองอยู่แล้ว อย่าไปพยาบาทเขาเลย จะยิ่งเป็นการจองเวรกัน
ที่มา:upyim
อย่าเผลอไปทำเด็ดขาด“เผาพริก เผาเกลือ” พิธีกรรมความเชื่อของคนโบราณ เป็นวิธีอาถรรพ์ของการสาปแช่งเพื่อประสงค์ร้ายที่น่ากลัว…ควรรู้
สวัสดีเพื่อนๆ ที่น่ารักของนุ้งเหมียวทุกคน วันนี้เหมียวจะพาเพื่อนๆ มาพบกับ 8 หญิงสาวบริสุทธิ์ ที่เรียกได้ว่าพวกเธอนั้นมีค่าตัวในการเปิดซิงที่แพงที่สุดในโลก ว่าแต่ทำไมถึงแพงขนาดนี้ล่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาดูคำตอบไปพร้อมกันเลยเมี๊ยว
1.Cathy Cobblerson

สาววัย 24 ปีคนนี้ ได้ขายความบริสุทธิ์ของเธอ โดยประมูลบนเว็บไซต์ eBay จนมียอดพุ่งขึ้นสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว แต่สุดท้ายการประมูลครั้งนั้นก็ถูกยกเลิกในที่สุด เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์สุดๆ เลยล่ะเมึ๊ยว
2.Rosie Reid

สาวชาวลอนดอยวัย 18 ปีคนนี้ ได้ยินยอมที่จะเสียความบริสุทธิ์ของเธอ ให้กับวิศวกรวัย 44 ปี เนื่องจากวิศวกรคนนี้มีข้อเสนอในการร่วมหลับนอนเป็นเงินทั้งสิ้น 8,400 ปอนด์
3.Graciela Yataco

เธอคนนี้มีดีกรีเป็นถึงนางแบบเชียวนะเหมียว และเนื่องจากเธอแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในบ้านเพียงคนเดียวไม่ไหว เธอจึงยอมขายความบริสุทธิ์ให้กับชายที่ต้องการร่วมรักกับเธอ โดยมีค่าประมูลสูงถึง 1,300,000 ดอลลาร์สหรัฐ เลยทีเดียวเมี๊ยว
4.Natalie Dylan

สาววัย 22 ปีคนนี้ ได้ออกมาประมูลความซิงของตัวเองผ่าน Moonlite Bunny Ranch เป็นจำนวนเงิน 3.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเธอมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน ในการนำไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท
5.Alina Percea

สาวโรมาเนีย วัย 18 ปีคนนี้ ต้องการเงินมาใช้ในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี เธอจึงได้ตอบรับข้อเสนอจากชายชาวอิตาลีวัย 45 ปี เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 8,800 ปอนด์ และเมื่อชายคนนี้พาเธอไปตรวจร่างกาย ก็พบว่าคุณเธอนั้นยังบริสุทธิ์จริงๆ เมี๊ยว
6.Raffaella Fico

สำหรับนางแบบสาวชาวอิตาลี วัย 20 ปีนามว่า Raffaella Fico คนนี้ ได้เปิดขายความซิงของเธอเป็นจำนวนเงินถึง 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำมาซื้อบ้าน และเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อยังไงล่ะเมี๊ยว
7.สาวนิรนาม

นักศึกษาสาวนิรนามจาก New Zealand คนนี้ เธอมีฐานะที่ยากจนมาก จนต้องขายความบริสุทธิ์ของเธอ และเธอก็ประสบความสำเร็จ เพราะมีคนยื่นข้อเสนอมาถึง 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะรับเงินจำนวนมากกว่า จากข้อเสนอ 32,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
8.Catarina Migliorini

นักเรียนสาวบราซิล วัย 20 ปีคนนี้ ได้ขายความซิงให้กับชายชาวญี่ปุ่น โดยมีจำนวนเงินถึง 780,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แถมเธอยังคิดว่า การขายความซิงครั้งนี้ จะสามารถให้คนทั่วโลก หันมาช่วยกันสมทบทุนสร้างบ้านให้กับครอบครัวยากจน ในบ้านเกิดของเธอเมี๊ยว
เงินสำคัญกับมนุษย์จริงๆ นะเนี่ย ไม่อย่างนั้นพวกเธอคงไม่ยอมแลกความบริสุทธิ์ของตัวเองเพื่อ ‘เงิน’ เพียงขนาดนี้หรอกเมี๊ยว
ที่มา:upyim
ที่มา:upyim
แต่ละคนเด็ดๆทั้งนั้น!! มาพบกับ 8 สาวบริสุทธิ์ ที่มีค่าตัวในการเปิดซิง แพงที่สุดในโลก!! (สูงถึง 133 ล้านบาท)
ไขทุกข้อสงสัย ?? เม่นผู้น่าสงสารถูกนักศึกษาโรคจิตดึงขนออก ซูมเข้าไปดูใกล้ๆคุณจะถึงกับน้ำตาไหล!เมื่อพบว่าความจริงเป็นแบบนี้ ??
เรื่องนี้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งก็มีพนักงานไปพบก้อนเนื้อที่โดนปักไม้จิ้มฟันจนทั่วในครัว เมื่อดูดีๆพบว่ามันคือเม่น แต่เป็นเม่นที่ขนหักไปทั้งตัว ดูแล้วอาการเลวร้ายมาก พนักงานรีบติดต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง พอทุกคนมาเห็นภาพนี้เข้า ก็ทนไม่ไหวจนต้องร้องไห้ออกมา
ตอนที่เจ้าเม่นถูกพบมันมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง ร่างกายอ่อนแอ มีรอยแผลทั่วตัว แถมเนื่องจากการโดนทำร้ายอย่างแรงบริเวณผิวหนัง ทำให้มันเป็นโรคผิวหนังอย่างรุนแรง ไม่สามารถขยับตัวได้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็จะตายในไม่ช้า
พนักงานที่ดูแลต้องพามันเข้าไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย (protected area)ใช้เวลากว่า 8 เดือนถึงทำให้มันกลับมามีร่างกายที่แข็งแรงได้ แต่ก็ไม่สามารถส่งมันกลับเข้าป่าได้ เนื่องจากขนของมันหักหมดแล้ว ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้อย่างสิ้นเชิง เพราะงั้นไม่สามารถมีชีวิตในป่าได้อย่างแน่นอน ต้องรอจนขนมันงอกออกมาใหม่ ถึงจะกลับเข้าป่าได้อีกครั้ง
ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมมนุษย์เราถึงทำร้ายสัตว์ได้ขนาดนี้ ดูแล้วก็สลดใจ!
ที่มา:upyim
เรื่องนี้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งก็มีพนักงานไปพบก้อนเนื้อที่โดนปักไม้จิ้มฟันจนทั่วในครัว เมื่อดูดีๆพบว่ามันคือเม่น แต่เป็นเม่นที่ขนหักไปทั้งตัว ดูแล้วอาการเลวร้ายมาก พนักงานรีบติดต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง พอทุกคนมาเห็นภาพนี้เข้า ก็ทนไม่ไหวจนต้องร้องไห้ออกมา
ตอนที่เจ้าเม่นถูกพบมันมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง ร่างกายอ่อนแอ มีรอยแผลทั่วตัว แถมเนื่องจากการโดนทำร้ายอย่างแรงบริเวณผิวหนัง ทำให้มันเป็นโรคผิวหนังอย่างรุนแรง ไม่สามารถขยับตัวได้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็จะตายในไม่ช้า
พนักงานที่ดูแลต้องพามันเข้าไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย (protected area)ใช้เวลากว่า 8 เดือนถึงทำให้มันกลับมามีร่างกายที่แข็งแรงได้ แต่ก็ไม่สามารถส่งมันกลับเข้าป่าได้ เนื่องจากขนของมันหักหมดแล้ว ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้อย่างสิ้นเชิง เพราะงั้นไม่สามารถมีชีวิตในป่าได้อย่างแน่นอน ต้องรอจนขนมันงอกออกมาใหม่ ถึงจะกลับเข้าป่าได้อีกครั้ง
ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมมนุษย์เราถึงทำร้ายสัตว์ได้ขนาดนี้ ดูแล้วก็สลดใจ!
ที่มา:upyim
ไขทุกข้อสงสัย ?? เม่นผู้น่าสงสารถูกนักศึกษาโรคจิตดึงขนออก ซูมเข้าไปดูใกล้ๆคุณจะถึงกับน้ำตาไหล!เมื่อพบว่าความจริงเป็นแบบนี้ ??
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น
(
Atom
)













